กฎหมายครอบครัว

 

ญญาณจราจร หมายถึง สัญญาณใดๆ ไม่ว่าจะแสดงด้วยธง ไฟ ไฟฟ้า มือ แขน เสียงนกหวีดหรือด้ว

ครอบครัวคืออะไร
ครอบครัวเป็น “กลุ่มบุคคลที่มีความผูกพันกันทางอารมณ์และจิตใจ มีการดำเนินชีวิตร่วมกัน รวมทั้งมีการพึ่งพิงกันทางสังคมและเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กันทางกฎหมาย หรือทางสายโลหิต
ครอบครัวเป็นหน่วยพื้นฐานแห่งการแลกเปลี่ยน สิ่งสำคัญที่แลกเปลี่ยนกันก็คือ ความรัก โดยเริ่มต้นจากพ่อแม่ซึ่ง
เป็นผู้ให้ และลูกซึ่งเป็นผู้รับในระยะแรก ถ้าการแลกเปลี่ยนความรักเป็นไปในบรรยากาศที่พึงพอใจ มีทั้งการไว้วางใจบุคคลในครอบครัวเอื้ออาทรต่อกันและพร้อมจะเสียสละให้แก่กันถ้าสิ่งเหล่านี้ดำเนินไปอย่างไม่เหมาะสม ก็จะเกิดความรู้สึกทุกข์ใจ คับข้องใจ ความขมขื่น และความเกลียดชังเกิดขึ้น ความรู้สึกทางลบที่เกิดขึ้นในครอบครัว จะมีความรุนแรงยิ่งกว่าที่เกิดขึ้นในสังคมหน่วยอื่นปัญหาเกิดจากความต้องการไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
ความคาดหวังของผู้หญิงไทย และผู้ชายไทย 
ผู้หญิงไทย
ผู้หญิงไทยมีความคาดหวังสูงมากจากผู้ชาย หวังให้เขาเป็นทุกๆ อย่างแทนทุกๆคนในชีวิต ขอให้รักฉันนิรันดร
หวังจะได้ฝากฝังชีวิต หวังจะได้ผู้นำชีวิตตลอดการ หวังจะได้ที่พึ่งทางร่างกายและจิตใจหวังจะได้มีคน
ไว้ให้ปรนนิบัติ โดยที่ไม่ได้เตรียมที่จะรับความผิดหวัง ผู้หญิงมองชีวิตแต่งงาน แต่ในด้านของความสุข
มอบหมายและยอมจำนน ให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ในมือฝ่ายชาย ยึดติดที่เดิม ไม่ได้เตรียมการแก้ไขเหตุการณ์
ในวันหนึ่งเมื่อผู้ชายเปลี่ยนไป พร้อมจะให้อภัย พร้อมจะตั้งต้นใหม่ให้เหมือนเดิม ไม่พร้อมจะเป็นตัวของตัวเอง
และไม่พร้อมจะกำหนดชีวิตด้วยตัวเอง ปฏิเสธอำนาจในตัวเอง ชอบที่จะเป็นคนอ่อนแอและแสดงความอ่อนแอ
ผู้ชายไทย
แรกเริ่มรับปาก รับคำมั่นสัญญา นานไปมีการยืดหยุ่นกว่า สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้มากกว่า แต่ยังคาดหวังจะให้ผู้หญิงเหมือนเดิมไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงได้ นั่นคือ ยังคาดหวังว่า
เมียจะยังเป็นทาสในเรือนเบี้ยต่อไป คาดหวังว่าภรรยาจะเป็นผู้ช่วยเหลือในการทำมาหากิน แต่ไม่ให้เครดิต
ไม่ให้เกียรติ คาดหวังจะได้ผู้หญิงพรหมจารี ไม่มีปากมีเสียง เป็นผู้ตาม มีหน้าที่เลี้ยงดูลูก ๆ ผู้หญิงแต่งงาน
แล้วไม่ควรแบ่งหันใจให้ชายอื่น คิดถึงชายอื่น และไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร เธอทนได้รับได้ เป็นต้น
ความคาดหวังของลูก
ลูกๆ ยอมรับบทบาทของพ่อ ในฐานะเป็นพ่อ เป็นผู้นำครอบครัว เป็นคนหาเงิน จุนเจือครอบครัว เป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง ไม่ค่อยอยู่บ้านเป็นธรรมดา พ่อไปเที่ยวนอกบ้านเพราะพ่อเป็นชาย พ่อมีหญิงอื่น เพราะแม่อ่อนแอ/พูดมาก แต่ลูก ๆ
จะเห็นและยอมรับบทบาทของแม่ว่าเป็นผู้ที่รับใช้ดูแลทุก ๆ คนในบ้าน และมีชายอื่นไม่ได้ เป็นคนดูแล
ในบ้านทำอาหารให้พ่อและลูก ๆ อยากเห็นแม่ ทุกครั้งที่เข้าบ้าน แม่น่าเบื่อกว่าพ่อเป็นต้น เมื่อสิ่งที่คาดหวังไม่เป็นไป ตามความคาดหวังก็จะเกิดปัญหา ฉะนั้นครอบครัวควรจะเข้าใจความคาดหวังของคนในครอบครัวด้วย
ข้อแนะนำสำหรับการดำเนินชีวิตให้ครอบครัวมีความสุขก่อนแต่งงาน
1. ทั้งหญิงชาย ควรมีความพร้อม ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มีการเตรียมตัวและแสวงหาข้อแนะนำในการใช้ชีวิตคู่ ตลอดจนการวางแผนครอบครัว
2. มีการพูดคุยกันถึงความคาดหวังในกันและกัน มีการแบ่งงานกันทำว่าส่วนไหนใครทำ และส่วนไหนทำด้วยกัน
3.ให้การยอมรับ และเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน ตระหนักในสิทธิของตนเองทั้งหญิงและชาย
4. มีการยอมรับ และเตรียมตัวกับความเปลี่ยนแปลงของคู่สมรสและของตนเอง และเผชิญด้วยใจที่เป็นธรรม ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการของการเจริญเติบโต
การใช้ชีวิตคู่
1. ต้องฝึกทักษะในการติดต่อสื่อสารพูดคุยให้เข้าใจ การเรียนรู้ที่จะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
2. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ให้มีความเมตตาและรู้จักอภัย ให้กันเป็นอันดับแรก
3. ทั้งสองฝ่ายต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ในศีลธรรม และในสัจจะที่ให้ไว้ต่อกัน 4.ทำหน้าที่และความรับผิดชอบบทบาทของตนให้ดีที่สุด ในทุกสถานการณ
์5. ให้การอบรมสั่งสอนลูกร่วมกัน ให้ตระหนักในบทบาทที่ทัดเทียมกันระหว่างหญิงชายสอนลูกผู้ชายไม่ให้
เอาเปรียบทางเพศ สอนลูกชายและลูกผู้หญิงให้ดูแลสุขภาพอนามัยให้ปลอดภัย ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์และเพศศึกษา
6. เมื่อมีปัญหาครอบครัว หรือปัญหาความเครียด ควรแสวงหาความช่วยเหลือทันทีมีแหล่งข้อมูลทางภาคเอกชน และราชการให้ในยามฉุกเฉิน
การสื่อสารในครอบครัว 
อาศัยการสื่อสารที่เปิดเผย ต่อกัน จะช่วยให้เกิดความเข้าใจกัน และนำไปสู่การเพิ่มความรัก ความผูกพันที่มีต่อกัน
ในมุมกลับกันการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนก็จะได้รับการตอบสนองที่ไม่เป็นไปตามความประสงค์ นำไปสู่ความรู้สึกที่ไม่ดี
ต่อกันและกัน และนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อย ๆ การสื่อสารในครอบครัวแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน
1.   แสดงความต้องการเปิดเผยสื่อสาร สิ่งที่ต้องการอย่างตรงไปตรงมา ชัดเจนเป็นรูปธรรม เช่น ฉันอยากให้เธอเอาเสื้อผ้า ใส่ตะกร้า พี่อยากให้นิดช่วยรับลูกแทนหน่อยเป็นต้น
2. ถามความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย แสดงให้เห็นว่าเราคำนึงถึงความ รู้สึกนึกคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น เธอว่าไงไม่ทราบว่า นิดลำบากไหม
3.แสดงความขอบคุณ เมื่อเขาตอบสนอง เมื่อเขาตอบตกลงก็แสดงความชื่นชมให้เขาเห็น เช่น ยอดเลยค่ะ ขอบคุณดีจังที่นิดช่วย
เมื่อคู่สมรสมีความคิดเห็น หรือความต้องการไม่ตรงกัน จะแก้ไขอย่างไร 
1. บอกความรู้สึก และปัญหาที่คิดเห็นหรือต้องการไม่ตรงกัน
2. แสดงความรู้สึกอย่างจริงใจแทนที่จะเอาชนะด้วยเหตุผลแทน เช่น เค้ารู้สึก น้อยใจที่ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้เลย แสดงความต้องการอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ชัดเจนเป็นรูปธรรมเช่นผมขอไม่ไปงานศิษย์เก่าของคุณกับเพื่อน
3.ถามความรู้สึกนึกคิดของเขา เช่น เธอว่ายังไง ไม่ทราบว่าพี่คิดอย่างไร แสดงความรู้สึกขอบคุณ เมื่อเขาตอบสนอง เช่น ดีจังที่คุณไม่ว่าอะไร

ยวิธีอื่น สำหรับให้ผู้ขับขี่ คนเดินเท้าหรือคนจูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ปฏิบัติตามกฎจราจร
1. ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรที่ปรากฏข้างหน้าในกรณีต่อไปนี้
1.1 สัญญาณจราจรไฟสีเหลือง ให้ผู้ขับขี่เตรียมหยุดรถหลังเส้นให้หยุด เพื่อเตรียมปฏิบัติตามสัญญาณที่จะปรากฏต่อไป เว้นแต่ผู้ขับขี่ได้เลยเส้นให้หยุดไปแล้วให้เลยไปได้
1.2 สัญญาณจราจรไฟสีแดง หรือเครื่องหมายจราจรสีแดงที่มีคำว่า “หยุด” ให้ผู้ขับขี่หยุดรถหลังเส้นให้หยุดรถ
1.3 สัญญาณจราจรไฟสีเขียว หรือเครื่องหมายจราจรสีเขียนที่มีคำว่า “ไป” ให้ผู้ขับขี่ขับรถต่อไปได้ เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
1.4 สัญญาณจราจรไฟสีแดง แสดงพร้อมกับลูกศรสีเขียวให้เลี้ยวหรือชี้ให้ตรงไป ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวรถหรือขับตรงไปได้ตามทิศทางที่ลูกศรชี้    ในการใช้ทางตามที่ลูกศรชี้ ผู้ขับขี่ต้องใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง และต้องให้สิทธิแก่คนเดินเท้าในทางข้าม หรือผู้ขับขี่ที่มาทางขวาก่อน
1.5 สัญญาณจราจรไฟกะพริบสีแดง ถ้าติดตั้งอยู่ที่ทางร่วมทางแยกใด และเปิดทางด้านใดให้ผู้ขับขี่ที่มาทางด้านนั้นหยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้ว จึงให้ขับรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง
1.6 สัญญาณจราจรไฟกะพริบสีเหลืองอำพัน ถ้าติดตั้งอยู่ ณ ที่ใด ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วรถลง และผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง    ผู้ขับขี่ซึ่งจะขับรถตรงไป ต้องเข้าอยู่ในช่องเดินรถที่มีเครื่องหมายจราจรแสดงให้ตรงไป ส่วนผู้ขับขี่ที่จะเลี้ยวรถ ต้องเข้าอยู่ในช่องเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงให้เลี้ยว   การเข้าอยู่ในช่องเดินรถดังกล่าว จะต้องเข้าตั้งแต่เริ่มมีเครื่องหมายแสดงให้ปฏิบัติเช่นนั้น
2. ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ปรากฏข้างหน้าในกรณีต่อไปนี้
2.1 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านหลังของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ แต่ถ้าหนักงานเจ้าหน้าที่ลดแขนข้างที่เหยียดออกไปนั้นลงและโบกมือไปข้างหน้า ให้ผู้ขับขี่ซึ่งหยุดรถอยู่ทางด้านหลังขับรถผ่านไปได้
2.2 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และเหยียดแขนข้างใดข้างหนึ่งออกไปเสมอระดับไหล่และตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านที่เหยียดแขนข้างนั้นของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ แต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่พลิกฝ่ามือที่ตั้งอยู่นั้น แล้วโบกผ่านศีรษะไปทางด้านหลัง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งหยุดรถอยู่นั้นขับผ่านไปได้
2.3 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และเหยียดแขนทั้งสองข้างออกไปเสมอระดับไหล่และตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านที่เหยียดแขนทั้งสองข้างของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ
2.4 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และยกแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านหน้าของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ แต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่พลิกฝ่ามือที่ตั้งอยู่นั้น โบกไปด้านหลัง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งหยุดรถทางด้านหน้าของพนักงานเจ้าหน้าที่ขับรถผ่านไปได้
2.5 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ยืน และยกแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ส่วนแขนซ้ายเหยียดออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาทางด้านหน้าและด้านหลังของพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องหยุดรถ การหยุดรถให้หยุดหลังเส้นให้หยุด ในกรณีที่ทางเดินรถใดไม่มีเส้นให้หยุด ให้ผู้ขับขี่หยุดรถห่างจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในระยะไม่น้อยกว่า 3 เมตร
3. ผู้ขับขี่รถต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงด้วยเสียงสัญญาณนกหวีดในกรณีต่อไปนี้
3.1 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เสียงสัญญาณนกหวีดยาวหนึ่งครั้ง ให้ผู้ขับขี่หยุดรถทันที
3.2 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เสียงสัญญาณนกหวีดสั้นสองครั้งติดต่อกัน ให้ผู้ขับขี่ขับรถผ่านไปได้
4. การปฏิบัติตามกฎจราจรของผู้ขับขี่รถจักรยาน
นักเรียนที่อยู่ต่างจังหวัดบางคนจะขับขี่รถจักรยานไปโรงเรียน หรือผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯบางคนก็ขับขี่รถจักรยานในระยะทางใกล้ๆ ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อปฏิบัติของผู้ขับขี่รถจักรยานดังนี้
1. ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับขี่ในทางนั้น
2. รถจักรยานที่ใช้ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องจัดให้มี
1) กระดั่งที่ให้สัญญาณได้ยินได้ในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร
2) เครื่องห้ามล้อที่ใช้การได้ดี เมื่อใช้สามารถทำให้รถจักรยานหยุดได้ทันที
3) โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงขาวไม่น้อยกว่า 1 ดวง ที่ให้แสงไฟส่องตรงไปข้างหน้า เห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร และอยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา
4) โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงแดงไม่น้อยกว่า 1 ดวง ที่ให้แสงไฟส่องตรงไปข้างหลังหรือวัตถุสะท้อนแสงสีแดงแทน ซึ่งเมื่อถูกไฟส่องให้มีแสงสะท้อน
3. ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดทำให้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องขับขี่จักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น
4. ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ห้ามผู้ขับขี่รถจักรยานปฏิบัติดังนี้
1) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
2) ขับรถโดยไม่จับคันบังคับรถ
3) ขับขนานกันเกินสอง เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน
4) ขับโดยนั่งบนที่อื่นอันมิใช่ที่นั่งที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ
5) ขับโดยบรรทุกบุคคลอื่น เว้นแต่รถจักรยานสามล้อมสำหรับบรรทุกคน ทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด
6) บรรทุกหรือถือสิ่งของ หีบห่อ หรือของใดๆในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจับคันบังคับรถหรืออันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
7) เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่

3. การปฏิบัติตามกฎจราจรของคนเดินเท้า
คนไทยทุกคนต้องรู้การปฏิบัติตนตามกฎจราจรของคนเดินเท้า คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่เคยเดินข้ามถนนหรือไม่เคยเดินบนถนน โดยเฉพาะนักเรียนจะต้องเดินทางไปโรงเรียนทุกวัน จะต้องรู้ข้อปฏิบัติตามกฎจราจรของคนเดินเท้าดังนี้
1. ทางใดที่มีทางเท้าหรือไหล่ทางอยู่ข้างทางเดินรถให้คนเดินเท้าเดินบนทางเท้าหรือไหล่ทาง ถ้าทางนั้นไม่มีทางเท้าอยู่ข้างทางเดินรถให้เดินริมทางด้านขวาของตน
2. ภายในระยะไม่เกิน 100 เมตรนับจากทางข้าม ห้ามคนเดินเท้าข้ามนอกทางข้าม
3. คนเดินเท้าซึ่งประสงค์จะข้ามทางเดินรถในทางข้ามที่มีไฟสัญญาณจราจรควบคุมคนเดินเท้า ให้ปฏิบัติตามไฟสัญญาณจราจรที่ปรากฏต่อหน้า ดังต่อไปนี้
1) เมื่อมีสัญญาณจราจรไฟสีแดง ไม่ว่าจะมีรูปหรือข้อความเป็นการห้ามมิให้คนเดินเท้าข้ามทางเดินรถด้วยหรือไม่ก็ตาม ให้คนเดินเท้าหยุดรออยู่บนทางเท้าบนเกาะแบ่งทางเดินรถหรือในเขตปลอดภัย เว้นแต่ทางใดที่ไม่มีทางเท้าให้หยุดรอบนไหล่ทางหรือขอบทาง
2) เมื่อมีสัญญาณจราจรไฟสีเขียว ไม่ว่าจะมีรูปหรือข้อความเป็นการอนุญาตให้คนเดินเท้าข้าทางเดินรถด้วยหรือไม่ก็ตาม ให้คนเดินเท้าข้ามทางเดินรถได้
3) เมื่อมีสัญญาณจราจรไฟสีเขียวกะพริบทางด้านใดของทาง ให้คนเดินเท้าที่ยังไม่ได้ข้าทางเดินรถหยุดรอบนทางเท้า บนเกาะแบ่งทางเดินรถหรือในเขตปลอดภัย แต่ถ้ากำลังข้ามทางเดินรถ ให้ข้าทางเดินรถโดยเร็ว
4. คนเดินเท้าซึ่งประสงค์จะข้ามทางเดินรถในทางข้าม หรือทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรควบคุมการใช้ทาง ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
1) เมื่อมีสัญญาณจราจรไฟสีแดงให้รถหยุดทางด้านของทาง ให้คนเดินเท้าข้ามทางเดินรถตามที่รถหยุดนั้น และต้องข้ามทางเดินรถภายในทางข้าม
2) เมื่อมีสัญญาณจราจรไฟสีเขียวให้รถผ่านทางด้านใดของทาง ห้ามคนเดินเท้าข้ามทางเดินรถด้านนั้น
3) เมื่อมีสัญญาณจราจรไฟสีเหลืองอำพันกะพริบทางด้านใดของทางให้คนเดินเท้าที่ยังไม่ได้ข้ามทางเดินรถ หยุดรอบนทางเท้าบนเกาะแบ่งทางเดินรถหรือในเขตปลอดภัย แต่ถ้ากำลังข้ามทางเดินรถอยู่ในทางข้ามให้ข้


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: